" WHA GROUP " โชว์กำไร Q1 พุ่งแตะ 780 ล้านบาท โตขึ้น 866% เร่งเดินหน้าขยายการลงทุนตาม Business Plan เสริมความแข็งแกร่ง

BackMay 11, 2018

กรุงเทพ - บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA GROUP โชว์งบผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2561 โตก้าวกระโดด รายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 3,447 ล้านบาท โตขึ้น 153% และมีกำไรสุทธิ 780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 866% อานิสงส์จากการรับรู้รายได้จากยอดการโอนที่ดิน จากการรับรู้รายได้การขายสินทรัพย์เข้ากอง HREIT และจากการขายน้ำเพิ่มขึ้น และ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ส่งงบQ1 โตต่อเนื่อง ด้าน GROUP CEO “จรีพร จารุกรสกุล” ระบุ ภาพรวมธุรกิจQ2 ยังคงสดใส พร้อมเดินหน้าตาม Business Plan ที่วางไว้

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ผู้นำธุรกิจแบบครบวงจร ด้านธุรกิจโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลแพลตฟอร์ม เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2561 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทและกิจการร่วมค้า 3,447 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรฯ ที่ 1,365 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 866%

สำหรับปัจจัยการเติบโตของรายได้ และกำไรของบริษัทฯในไตรมาส 1/2561 เติบโตอย่างก้าวกระโดดในครั้งนี้ เนื่องจากการรับรู้รายได้จากยอดการโอนที่ดิน รวมทั้งปริมาณการขายและให้บริการน้ำที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้น้ำ ของลูกค้าในนิคมฯ โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมี และพลังงาน รวมถึงการรับรู้รายได้การขายสินทรัพย์เพิ่มเติมเข้ากองทรัสต์ HREIT ที่มีมูลค่าทรัพย์สิน 1,590 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2561

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการรับรู้รายได้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจพลังงานเพิ่มขึ้น จากการเปิดขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้า SPP ครบ 4 โรงในปี 2560 และในวันที่ 1 มกราคม 2561 เปิด COD โรงไฟฟ้า กัลฟ์ ทีเอส 4 เพิ่มอีก 1 โครงการ ส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามา 5 โครงการ ส่งผลให้มีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมในปัจจุบัน ประมาณ 510.5 เมกะวัตต์

" จากตัวเลขผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากอัตราการทำกำไรของธุรกิจการขายที่ดิน และธุรกิจน้ำมีการเติบโตสูงขึ้น การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าที่มีการเติบโต 162% ตลอดจนการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นผลจากการได้รับการจัดอันดับเครดิตของบริษัทฯที่ระดับ “A-” ส่วนแนวโน้มอันดับเครดิตได้กำหนดที่ระดับ “Stable” หรือ “คงที่” ในไตรมาส 4 ปี 2560 จากทริสเรทติ้ง ส่งผลให้อัตราการทำกำไรของบริษัทฯ มีการปรับตัวที่ดีขึ้น" นางสาวจรีพร กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Group ยังได้กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/2561 ยังคงมีการขยายตัวต่อเนื่อง จากการขับเคลื่อนตามแผนทางธุรกิจที่บริษัทฯ ตามที่วางไว้ โดยเฉพาะธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากโครงการ EEC เพราะที่ดินนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทฯตั้งอยู่ในพื้นที่ของโครงการดังกล่าวมากถึง 9,000 ไร่ และในช่วงที่ผ่านมามีกลุ่มลูกค้าให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเป็นกลุ่มลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิม อาทิ อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ที่ภาครัฐให้การสนับสนุน ได้แก่ อุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ จึงเชื่อว่าเป้าหมายการขายที่ดินในปีนี้ที่ตั้งไว้ 1,400 ไร่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน

ส่วนในด้านการขยายการลงทุนในต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการลงทุนและพัฒนาด้านนิคมอุตสาหกรรม ในประเทศเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันนิคมฯ ดังกล่าวได้ EIA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคด้านน้ำ โดยบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เป็นผู้ดำเนินการ และคาดว่าจะทยอยมีรายได้เข้ามาในปีนี้ ขณะที่ประเทศพม่า นั้น บริษัทฯอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ของเข้าไปการลงทุนว่า ควรจะนำธุรกิจในกลุ่มประเภทใดเข้าไปลงทุนเป็นอย่างแรก เนื่องจากการเข้าไปลงทุนในแต่ละประเทศ ต้องพิจารณาจากความพร้อมและความเหมาะสมของการเข้าไปลงทุน แต่อย่างไรก็ตามมองว่าประเทศดังกล่าวถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพที่น่าเข้าไปลงทุน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสามารรถได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้

สำหรับแผนการขายทรัพย์สินของบริษัทฯ ให้กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (กองทรัสต์ WHART) และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เหมราช (กองทรัสต์ HREIT) ในช่วงปลายปี คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายและสามารถรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้