WHA GROUP โชว์กำไร Q3/2560 โตขึ้น 1,089% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งซิกโค้งสุดท้ายสดใส ขานรับEEC พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปลายปีนี้

BackNov 13, 2017

กรุงเทพ - บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA GROUP ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2560 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทและกิจการร่วมค้า 2,150 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 32% YOY และมีกำไรสุทธิ 506 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 42 ล้านบาท หรือเติบโต 1,089% YOY จากการรับรู้รายได้จากการโอนที่ดิน การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าที่เป็นไปตามแผน COD ทั้ง 4 โครงการ นับจากเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ตลอดจนการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ด้าน GROUP CEO “จรีพร จารุกรสกุล” มั่นใจผลงานโค้งสุดท้ายปี 2560 สดใส และเป็นไปตามแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยการผนึกรวมกองทุนรวม WHAPF เข้ารวมกับกองทรัสต์ WHART และการขายสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทรัพย์สิน 3,090 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์ WHART เป็นไปตามแผน ซึ่งคาดว่าการโอนทรัพย์สินจะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2560 ส่วนการขายทรัพย์สินที่มีมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 1,690 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์ HREIT คาดว่าจะสามารถเสนอขายหน่วยเพิ่มทุนได้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เดินหน้ายกระดับนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการเป็นเขตส่งเสริมเพื่อกิจการอุตสาหกรรมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ เพื่อสอดรับนโยบาย EEC ของภาครัฐ พร้อมระบุถึงการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้ผู้ถือหุ้น เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ผู้นำในการให้บริการแบบครบวงจรในด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม บริการสาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลแพลตฟอร์ม เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2560 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 ว่าบริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทและกิจการร่วมค้า 2,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรฯ ที่ 1,628 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,089% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 42 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทและกิจการร่วมค้า 6,922 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรฯ ที่ 5,336 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 497 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 214% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้รายได้จากการโอนที่ดิน การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าจากการเปิด COD โรงไฟฟ้า SPP จำนวน 4 แห่ง ส่งผลให้สิ้นเดือนกันยายน 2560 บริษัทฯ มีกำลังผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 447 เมกะวัตต์ ตลอดจนการลดลงของต้นทุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญจากการชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินจำนวน 5,000 ล้านบาท ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา การชำระคืนหุ้นกู้จำนวน 2,300 ล้านบาท ในเดือนกรกฎาคม 2560 และการลดลงของอัตราดอกเบี้ยจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้จากสถาบันการเงินด้วยการออกและเสนอขายหุ้นกู้

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Group กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 4/2560 ว่าจะเป็นไตรมาสที่มีการเติบโตที่ดีที่สุดของบริษัทฯ จากการรับรู้รายได้จากการขายทรัพย์สินที่มีมูลค่าทรัพย์สิน 3,090 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์ WHART ซึ่งการรวมกองระหว่างกองทุนรวม WHAPF กับกองทรัสต์ WHART และการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHART เป็นไปตามแผน และคาดว่าการโอนสินทรัพย์จะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมขายสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 1,690 ล้านบาท เข้ากองทรัสต์ HREIT ซึ่งขณะนี้กองทรัสต์ HREIT อยู่ระหว่างการเดินสายโรดโชว์กับนักลงทุนสถาบัน และคาดว่าจะสามารถเสนอขายหน่วยเพิ่มทุนได้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

สำหรับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ภายหลังการออกมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันออก การได้รับความเห็นชอบของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสำหรับร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) และการรับร่างพระราชบัญญัติ EEC ของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สน.ช.) บริษัทฯ ได้เดินหน้ายกระดับนิคมอุตสาหกรรม โดยบริษัทฯได้มีการยื่นเอกสารการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด แห่งที่ 4 (HESIE4) เป็นเขตส่งเสริมเพื่อกิจการอุตสาหกรรมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ และได้มีการยื่นแผนธุรกิจ (Project Feasibility) กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และจากมาตรการดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ มีลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีนและชาวญี่ปุ่น ให้ความสนใจในการเยี่ยมชมกิจการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่ายอดขายที่ดินในช่วงปลายปี 2560 – ปี 2561 มีแนวโน้มในการขายที่ดินในจำนวนที่มากขึ้น ประกอบกับโครงการส่วนใหญ่ของ WHA GROUP ก็อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว สำหรับนิคมอุตสาหกรรมในประเทศเวียดนาม เฟส 1 จำนวนกว่า 3,000 ไร่ คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการได้ในช่วงปลายปีนี้

ส่วนธุรกิจการให้บริการสาธารณูปโภค คาดว่ารายได้จากการให้บริการน้ำทั้งปีจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย ประมาณ 10% จากปริมาณลูกค้าในนิคมฯ ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี ซึ่งมีการใช้น้ำในปริมาณมาก เช่นเดียวกันกับธุรกิจโรงไฟฟ้าที่น่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 40% จากการมีโรงไฟฟ้าที่จะ COD ได้ตามแผนในปีนี้

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อโลจิสติกส์ในประเทศ ตั้งเป้าพื้นที่เช่า 200,000 – 250,000 ตารางเมตร โดยปัจจุบันบริษัทฯ มียอดพื้นที่ที่ทำสัญญาแล้วและอยู่ระหว่างเจรจาที่มีความเป็นไปได้สูง ทั้งโครงการ Built-to-Suit และ Sale and Leaseback แล้วกว่า 80% ของเป้าหมายที่วางไว้ และโครงการโลจิสติกส์ในประเทศอินโดนีเซีย กำลังอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าในโครงการเฟสที่ 2 อีกด้วย

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันระหว่างกาลในปี 2560 จำนวน 0.0488 บาทต่อหุ้น โดยเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ในการรับเงินปันผลในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 และขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 เพื่อจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 ธันวาคม 2560 นี้