"WHAUP" เดินหน้าตั้งบริษัทย่อย ลงทุนพลังงาน-สาธารณูปโภค ในต่างประเทศเดินหน้าเปิด COD โรงไฟฟ้ากัลฟ์ ทีเอส 2 เชื่อผลิตเชิงพาณิชย์ครบ 542 เมกะวัตต์ ในปี 62

BackSep 06, 2017

กรุงเทพฯ – บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ระบุ บอร์ดไฟเขียวอนุมัติ จัดตั้งบริษัทย่อย “ดับบลิวเอชเอยูพี อินเตอร์เนชั่นแนล” ลงทุนในกิจการอื่น (Holding Company) ในต่างประเทศ โดยมีทุนจดทะเบียน 45 ล้านบาท ด้าน CEO “ วิเศษ จูงวัฒนา” ส่งสัญญาณ เดินหน้าขยายธุรกิจสาธารณูปโภค -ไฟฟ้า ในกลุ่มประเทศ CLMV หวังต่อยอดรายได้ในอนาคต พร้อมระบุ ล่าสุดเปิด COD โรงไฟฟ้ากัลฟ์ ทีเอส 2 ที่มีกำลังผลิตไฟฟ้า 130 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 36 ตันต่อชั่วโมง และยังอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 94.9 เมกะวัตต์ พร้อมทยอยดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ครบ 542 เมกะวัตต์ภายในปี 2562 จากปัจจุบันดำเนินการอยู่ 447.1 เมกะวัตต์

นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภคแบบครบวงจรแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรมของเหมราชได้แก่ จำหน่ายน้ำดิบ ผลิตและจำหน่ายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม และบริหารจัดการน้ำเสีย และธุรกิจพลังงาน โดยลงทุนในธุรกิจผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัท ดับบลิวเอชเอยูพี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ WHAUP International Co., Ltd. ด้วยทุนจดทะเบียน จำนวน 45 ล้านบาท เพื่อดำเนินการประกอบธุรกิจลงทุนในกิจการอื่น (Holding Company) สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ โดยได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทดังกล่าว เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2560

ปัจจุบันบริษัทฯ มีการศึกษาการลงทุนธุรกิจน้ำประปาในประเทศเมียนมา ขนาดกำลังผลิต 2.5-5 พันลูกบาศก์เมตรต่อวัน คาดจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ ส่วนการลงทุนธุรกิจจำหน่ายน้ำดิบในนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทแม่ WHA Group ในต่างประเทศนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการน่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้

“ บริษัทใหม่ที่มีการจัดตั้งในครั้งนี้เพื่อเป็นการลงทุนในต่างประเทศที่ WHAUP สนใจเข้าลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจพลังงาน และสาธารณูปโภค เพื่อเป็นการต่อยอดการขยายการเติบโตออกไปยังต่างประเทศมากขึ้น ตามนโยบายของบริษัทฯ ที่สนใจลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV ในอนาคต ” นายวิเศษ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) กล่าวเพิ่มว่า ล่าสุด บริษัทฯได้เริ่มดำเนินการดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ทีเอส 2 แล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยโครงการดังกล่าวเป็นโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer –SPP) ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ดับบลิวเอชเอ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 99.99 และบริษัท กัลฟ์ เอ็มพี จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ25.01และร้อยละ 74.99 ตามลำดับ

สำหรับโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ทีเอส 2 มีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญาทั้งหมด 130 เมกะวัตต์และกำลังการผลิตไอน้ำตามสัญญา 36 ตันต่อชั่วโมง ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) (ESIE) อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้า กัลฟ์ ทีเอส 2 เป็นโรงไฟฟ้าแห่งที่ 3 ใน Portfolio การร่วมทุนระหว่างกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ และบริษัท กัลฟ์ เอ็มพี จำกัด ที่ได้เริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในปี 2560 ต่อจากโรงไฟฟ้า กัลฟ์ วีทีพี และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ทีเอส 1 ซึ่งได้เริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไปแล้วเมื่อวันที่16 พฤษภาคม 2560 และ 8 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน WHAUP มีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุน ในโรงไฟฟ้าที่เริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้วจำนวน 447.1 เมกะวัตต์ รวมโรงไฟฟ้า 3 แห่ง และอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาอีกจำนวน 94.9 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ทั้งหมดในปี 2560-2562

“ดังนั้น WHAUP มั่นใจว่าในปี 2560 ผลการดำเนินงานทั้งรายได้ และส่วนแบ่งกำไรตามส่วนของบริษัทฯ จะเติบโตกว่า 100% เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรตามส่วนของบริษัทฯ จำนวน 1,756.2 ล้านบาทโดยคาดว่ายอดขาย และบริการน้ำในปีนี้จะทะลุ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรในขณะที่ปี 2559 อยู่ที่ 82 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเปิดดำเนินการของโครงการโรงไฟฟ้า 1 โครงการเมื่อปลายปีที่แล้ว และอีกจำนวน 4 โครงการในปีนี้ รวมถึงการใช้น้ำของลูกค้าใหม่และการใช้น้ำเพิ่มเติมของลูกค้าเดิมในนิคมอุตสาหกรรม” นายวิเศษ กล่าวสรุป